| 1. |
เอกนาม |
| |
คือ นิพจน์ที่สามารถเขียนให้อยู่ในรูปการคูณของค่าคงตัวกับตัวแปรตั้งแต่1ตัวขึ้นไปโดยเลขชี้ |
| |
กำลังของตัวแปรแต่ละตัวเป็นศูนย์ หรือจำนวนเต็มบวก เช่น  |
| |
นิพจน์ หมายถึง ข้อความที่เขียนในรูปสัญลักษณ์ เช่น  |
| |
ตัวแปร หมายถึง ตัวอักษรที่ใช้แทนจำนวน เช่น a, b, c, x, y, z |
| |
ค่าคงตัว หมายถึง ตัวเลขที่ใช้แทนจำนวน เช่น |
 |
| 2. |
ดีกรีและสัมประสิทธิ์ของเอกนาม |
| |
ดีกรีของเอกนาม คือ ผลบวกเลขชี้กำลังของตัวแปรทั้งหมดในเอกนาม เช่น มีดีกรีเท่ากับ 3 |
| |
สัมประสิทธิ์ของเอกนาม คือ ส่วนที่เป็นค่าคงตัวที่ปรากฏในเอกนาม |
| 3. |
การบวกและการลบของเอกนาม |
| |
เอกนามจะบวกลบกันได้ ก็ต่อเมื่อเป็นเอกนามที่คล้าย และเอกนามที่คล้ายกัน จะต้องมีสมบัติดังนี้ |
| 4. |
พหุนาม |
| |
คือนิพจน์ที่สามารถเขียนในรูปเอกนาม หรือผลบวกของเอกนามตั้งแต่2เอกนามขึ้นไป |
| |
พหุนามในรูปผลสำเร็จ หมายถึง พหุนามที่ไม่มีเอกนามที่คล้ายกัน |
| |
ดีกรีของพหุนาม หมายถึง ดีกรีสูงสุดของเอกนามในพหุนามในรูปผลสำเร็จ |
| |
เช่น ดีกรีของพหุนามคือ 5 |
| 5. |
การบวกลบพหุนาม |
| |
ให้นำเอกนามที่คล้ายกันมาบวกลบกัน |
| 6. |
การคูณพหุนาม แบ่งเป็น 3 ประเภท |
| |
1. การคูณเอกนามด้วยเอกนาม ให้นำสัมประสิทธิ์คูณสัมประสิทธิ์ ตัวแปรคูณตัวแปรโดยอาศัยสมบัติ
ของเลขยกกำลัง |
| |
2. การคูณเอกนามด้วยพหุนาม ให้นำเอกนามคูณทุกพจน์ของพหุนาม |
| |
3. การคูณพหุนามด้วยพหุนาม ให้นำพจน์ทุกพจน์ของพหุนามที่เป็นตัวคูณ คูณพจน์ทุกพจน์ของพหุนาม
ที่เป็นตัวตั้ง แล้วทำให้เป็นผลสำเร็จ |
| 7. |
การหารพหุนาม แบ่งเป็น 3 ประเภท |
| |
1. การหารเอกนามด้วยเอกนาม ให้นำสัมประสิทธิ์หารสัมประสิทธิ์ ส่วนตัวแปรหารกัน ให้ใช้สมบัติ
ของเลขยกกำลัง |
| |
2. การหารพหุนามด้วยเอกนาม ให้นำตัวหารที่เป็นเอกนามหารพจน์ทุกพจน์ของพหุนามที่เป็นตัวตั้ง |
| |
3. การหารพหุนามด้วยพหุนาม ให้ใช้วิธีตั้งหารยาว โดยเรียงกำลังของตัวแปรจากมากไปหาน้อย หรือ
จากน้อยไปหามาก |
| 8. |
สูตรการแยกตัวประกอบที่ควรทราบ |